Data-Driven Marketing ตัวช่วย ที่ทำให้ยอดขายคุณดีขึ้น

Data-Driven-Marketing ตัวช่วยให้ยอดขายโตขึ้นได้

มาทำการรู้จัก Data-Driven Marketing หรือ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือแปลให้เข้าใจง่ายๆ คือ การใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งข้อมูลที่ได้มาจากลูกค้าโดยตรง หรือผ่านแพลทฟอร์มอื่นๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้ได้มาซึ่งมุมมองที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรม การมีส่วนร่วม ความชอบ แรงจูงใจของลูกค้าในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น 

     จากนั้นนข้อมูลที่เก็บรวบรวมนี้ไปปรับกลยุทธ์หรือทำการตลาดให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น เมื่อแบรนด์เข้าใจลูกค้ามากขึ้น ก็จะช่วยให้ตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้น ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น อาจรวมถึงการทำนายพฤติกรรมในอนาคตของลูกค้าอีกด้วย

ขี้เกียจ ! เลื่อนอ่านจิ้มตรงนี้ได้เลย

ข้อดีของการทำ Data Driven Marketing

  • เข้าถึง Insight ลูกค้า เข้าใจผู้บริโภคและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้มากขึ้น 
  • สามารถแบ่งกลุ่มผู้บริโภค เพื่อง่ายต่อการส่งต่อความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม จึงสามารถออกแบบงานขาย และคอนเท้นท์ได้ตรง และปิดการขายได้ง่ายขึ้น
  • เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการตัดสินใจ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ หรือกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำการตลาดของเรานั่นเอง เช่น การเพิ่ม Conversion Rate, Engagement Rate, ROI, ROAS, การลด CPA เป็นต้น
  • ใช้ติดตาม วัดผล / ประเมิน การทำงานของทีม รวมถึงการพัฒนาทีมงาน
  • ช่วยในการตัดสินใจ วางแผนล่วงหน้า ลดต้นทุน
  • เกิดไอเดียใหม่เพื่อนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ

เริ่มต้น ยังไงกับคำว่า “Data-Driven Marketing”

1.) จัดรวบรวมข้อมูลทุกอย่างให้เป็นระเบียบ และเน้นกลุ่มข้อมูลสำคัญพิเศษในที่ลับ

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีลูกค้ามากหรือน้อย การเก็บข้อมูลทางการตลาดระหว่างคุณกับลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด เมื่อข้อมูลของคุณกระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะมาจาก Ad Server, Facebook หรือ Youtube การที่ข้อมูลกระจัดกระจาย ปัญหาอย่างหนึ่งที่ตามมาคือเราไม่สามารถเห็นเทรนด์ของข้อมูลต่างๆในภาพรวม และจึงอาจทำให้เราพลาดการเข้าใจสถานการณ์ต่างๆของตลาดได้

ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายที่คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเลย ที่จะช่วยให้คุณรวมข้อมูลของธุรกิจคุณไว้ในที่เดียวกัน สามารถลำดับความสำคัญของข้อมูลได้อีกด้วย 

ฉะนั้นเราควรรวมข้อมูลมาอยู่ในที่ๆเดียวกันก่อน เพื่อให้เราได้เห็นเทรนด์ของข้อมูลในภาพรวม เห็นผลลัพธ์ของแคมเปญการตลาดที่เราได้ทำลงไป เข้าใจพฤติกรรมของคนเข้าร่วมแคมเปญ ทำให้เราตัดสินใจได้รอบคอบและแม่นยำมากขึ้น

2.) สร้างทีมการเข้าถึงข้อมูลในจุดต่างๆ

ทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม (Data Accessibility) และมี Tools เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหมาะสมให้กับเขา เพราะมันคงจะไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะคิดแผนกลยุทธ์สวยหรู แต่คนทำงานจริงไม่สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้เลย แต่ก็คงยังมีการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลทั้งกับคนภายนอกและคนภายในองค์กร ดังนั้นควรวางตำแหน่งคนเข้าดูข้อมูลในแต่ละจุดให้ดีและปลอดภัยต่อข้อมูลด้วย

3.) กำหนดเป้าหมาย หรือกฏเกณฑ์ให้ชัดเจน

หลายต่อหลายองค์กรที่มีข้อมูลให้ใช้มากมายแต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เลยเพราะขาดการวางแผนการดำเนินงาน ดังนั้นจะต้องมีการวางแผน วางหลักการ เป้าหมายเพื่อทีมงานจะทราบว่าต้องทำการเก็บข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ เพราะมิเช่นนั้น ข้อมูลที่คุณเก็บมา อาจใช้งานไม่ได้ ทำให้เสียทั้งงบประมาณ เสียเวลา และทีมงานขาดความมั่นใจต่อผู้บริหารเลยก็ว่าได้

4.) วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อผลักดันกลยุทธ์การตลาด

ข้อมูลทั้งหมดนั้น จะทำการวิเคราะห์ทั้งในระดับ 

  • Descriptive Analytics
  • Diagnostic Analytics
  • Predictive & Prescriptive Analytics

5.) ไม่หยุดการเรียนรู้ที่จะค้นหาข้อมูล และการ Test ข้อมูล

หัวใจหลักของการทำ Data Driven Marketing คือ การนำ Insights ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล มาตั้งสมมติฐาน สร้างไอเดีย ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และวัดผลอยู่เสมอ เพื่อให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลใหม่ ๆ จากพฤติกรรมของลูกค้าจริง ๆ ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ 

สรุป

การทำการตลาดไม่ใช่แค่ทำวันเดียวแล้วเสร็จ โลกไม่หยุดหมุนฉันใด ความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปไวฉันนั้น เราจึงต้องศึกษาผู้บริโภค ศึกษาคู่แข่ง อยู่ตลอดเวลา เพื่อยอดขายที่มั่นคงตลอดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *